ยืดชีสให้เยิ้มรอบพุง มาทำความรู้จัก ‘ชีส’ แต่ละชนิดกันเถอะ

ชีส ก็คือ เนยแข็งค่ะ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนมค่ะ วัฒนธรรมการกินชีสเป็นของคนทางฝั่งยุโรป แต่คนไทยเราก็สามารถรับเอามาได้อย่างแนบเนียน ก็มันอร่อย รสชาติดี แถมยังมีประโยชน์ เพราะทำมาจากนมวัว จึงมีแคลเซียมสูงมากๆ ค่ะ ว่ากันว่า ชีส 1 แผ่น เทียบเท่ากับนม 2 แก้วทีเดียวค่ะ คุณแม่สมัยใหม่เลยเลือกที่จะให้ลูกๆ กินชีสเพื่อเพิ่มความสูงกันอีกทางหนึ่ง

แต่คุณเคยสงสัยหรือไม่คะ ว่ามีชีสกี่แบบ เพราะเวลาเราไปเดินในซูเปอร์มาเก็ตเราจะเห็นชีสหน้าตาประหลาดๆ มากมายทีเดียว จริงๆ แล้วชีสมีหลายประเภทหลายแบบ ทั้งทำมาจากนมวัว นมแกะ หรือนมแพะ ซึ่งจะให้รสและกลิ่นที่แตกต่างกัน และทำให้ชีสมีรสชาติ และกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ วันนี้ Undubzapp จะมาแนะนำให้รู้จักกับบรรดาชีสในท้องตลาดบ้านเรากันบ้างดีกว่าค่ะ

 

1. เชดดาชีส (Cheddar cheese)

เป็นชีสประเภท semi-soft หรือ กึ่งอ่อนกึ่งแข็ง มีรสเค็ม ชื่อ “เชดดาชีส” เป็นเนยแข็งที่ทำจากนมวัว มีที่มาจากตำบล Cheddar จังหวัด Somerset ประเทศอังกฤษ ผู้คนนิยมนำมากินในเมนูแฮมเบอร์เกอร์ และแซนวิช ลักษณะของเชดดาชีสนั้นจะไม่ยืดเหลวเมื่อโดนความร้อนค่ะ ในกรรมวิธีการผลิตจะใช้เวลาในการบ่มประมาณ 2-6 เดือน หรือนานถึง 2 ปี ยิ่งเก็บไว้นานจะมีรสและกลิ่นแรงขึ้นค่ะ

เชดดาชีส (Cheddar cheese)© รูปต้นฉบับ:healthydietbase

 

2. คอทเทจชีส (Cottage cheese)

ชีสชนิดนี้เป็น fresh cheese หรือ ชีสสด ไม่ได้ผ่านการกดให้เป็นก้อน ทำให้มีเนื้อนิ่ม อยู่ในประเภท soft chesse ในกระบวนการผลิตอาจผสมผลไม้ ถั่ว หรือพริกดองเพื่อให้เกิดกลิ่นและรสเฉพาะ นิยมรับประทานเปล่าๆ หรือจะทานกับผลไม้ สลัด หรือกินเป็นของหวานก็ได้ คอทเทจชีส มีไขมันน้อยทำให้นิยมใช้ในเมนูลดน้ำหนักค่ะ

คอทเทจชีส (Cottage cheese)© รูปต้นฉบับ:soznatelno

 

3. พาร์มีซานชีส (Parmesan cheese)

มีถิ่นกำเนิดจากอิตาลี แถบแคว้น Parma, Reggio Emilia, Modena, ,Bologna และ Mantova เป็นชีสเนื้อแข็ง มีความชื้นน้อย รสชาติเค็มมันเข้มข้น กลิ่นค่อนข้างแรง แบ่งเกรดออกตามระยะเวลาการบ่ม คือ Minimum 12 เดือน, Vecchio 18–24 เดือน, Stravecchio 24–36 เดือน ราคาก็ขึ้นกับระยะเวลาบ่มด้วยค่ะ ยิ่งบ่มนานราคาก็จะสูงขึ้น และมีรสชาติดีขึ้นด้วย นิยมเอามาขูดใส่ในพาสต้า และพิซซ่า เพื่อเพิ่มรสชาติให้เข้มข้ม นอกจากนี้ยังใส่ในสลัดต่างๆ ได้อีกด้วยค่ะ

พาร์มีซานชีส (Parmesan cheese)© รูปต้นฉบับ:nbcnews

 

4. ครีมชีส (Cream Cheese)

เป็นเนยแข็งที่คล้ายกับคอทเทจชีส มีเนื้อนุ่ม อยู่ในประเภท soft chesse แตกต่างกับคอทเทจชีสตรงที่ ในขั้นตอนการทำเมื่อได้นมเป็นลิ่มแล้วจะมีการผสมครีมเข้าไปด้วย ทำให้ครีมมีรสเปรี้ยว มีกลิ่นหอมคล้ายกับนมประเภทนมเปรี้ยว ยิ่งเติมครีมลงไปมากเท่าใด ไขมันก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ทําให้เป็นชีสที่มีไขมันสูงที่สุด และครีมชีสคุณภาพดีนั้นต้องมีลักษณะเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน นิยมนําครีมชีสมาใช้ทําเบเกอรี่หลายชนิด หรืออาหารอย่างสปาเก็ตตี้ค่ะ

ครีมชีส (Cream Cheese)© รูปต้นฉบับ:divascancook

 

5. มอสซาเรลลา (Mozzarella cheese)

เป็นชีสชนิดสด Fresh Cheese จัดอยู่ในประเภท semi-soft มีเนื้อนุ่ม รสชาติอ่อน กลิ่นไม่แรง ลักษณะพิเศษ คือ เมื่อโดนความร้อนแล้วจะยืด มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี ในอดีตเป็นผลิตภัณฑ์จากนมควาย แต่ปัจจุบันมีทั้งชนิดที่ทำจากนมวัวและนมควายค่ะ มีคุณค่าทางอาหารสูง เมื่อเทียบกับนม ในปริมาณ 100 กรัม จะพบว่า มีโปรตีนสูงถึง 28 กรัม ในขณะที่นมมีโปรตีนแค่ 3.3 กรัมเท่านั้น ที่สำคัญคือ มีน้ำตาลแลคโตสต่ำ ใครที่ดื่มนมแล้วท้องอืด สามารถกินชีสชนิดนี้แทนการดื่มนมได้ค่ะ แต่ในขณะเดียวกันก็มีไขมันสูงมากเหมือนกัน การกินชีสชนิดนี้ต้องระวังเหมือนกันนะคะ เรานิยมใช้มอสซาเรลล่าชีส มาปรุงอาหารเมนูเลิศรสมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พิซซ่า ชีสบอล ผักโขมอบชีสค่ะ

มอสซาเรลลา (Mozzarella cheese)© รูปต้นฉบับ:cheesemaking

 

รู้จักชีสยอดนิยมในท้องตลาดกันไปแล้ว ต่อไปเวลาเจอชีสเราก็ไม่ต้อง งง อีกแล้ว และสามารถเลือกมาปรุงอาหารได้อย่างถูกต้องอีกด้วยค่ะ