5 สิ่งที่ควรเลิกทำซะที พร้อม Transform เป็นคนใหม่ รู้จักศรัทธาในตัวเอง

ท่ามกลางความเหนื่อยล้าที่รุมเร้าตั้งแต่ต้นปีจนเกือบสิ้นปี บางครั้งชีวิตก็จะรู้สึกเหนื่อยล้าเหมือนเทียนที่อ่อนนุ่มเมื่อโดนไฟ บางทีความเหนื่อยล้ามักหมักหมมกลายเป็นสิ่งที่เรื้อรัง จนทำให้คุณเริ่มเบื่อหน่าย เหนื่อยง่าย ไม่ศรัทธาในศักยภาพของตัวเองเหมือนก่อน ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้ก็มาจากความเหนื่อยล้าที่คุณพบเจอและสะสม แต่พอเข้าสู่ศักราชใหม่ เราก็อย่าปล่อยให้ปีใหม่เป็นเพียงการเริ่มต้นพ.ศ.ใหม่เพียงอย่างเดียว มาทำให้ชีวิตมีความสุข มีคุณค่า ทำงานแล้วสนุกสนาน และเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นดีกว่า เอาเป็นว่า Undubzapp มี 5 สิ่งที่จะมาแนะนำให้คุณหยุดทำซะ และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงเป็นคน New person ต้อนรับศักราชใหม่นั่นเอง

 

1.หยุด! ขี้เกียจออกกำลังกาย

มีงานวิจัยได้ทำการวิจัยและสำรวจว่า คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ 90% จะมีประสิทธิภาพในการทำงานได้ดี และสามารถฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้าได้รวดเร็วกว่าคนปกติ ซึ่งหลายๆ คนพอได้ยินคำว่า ออกกำลังกาย ก็พากันส่ายหน้าและบ่นกันอีกว่า ยิ่งออกกำลังกายก็ยิ่งเหนื่อยสิ แต่รู้หรือไม่ว่าความความเหนื่อยล้าที่ได้มาจากการออกกำลังกายนั้น เป็นเพียงความเหนื่อยระยะสั้นเท่านั้นเอง ที่สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วและมีประโยชน์ การที่เราไม่ออกกำลังกายต่างหาก มันคือความเหนื่อยที่หนักหนากว่า เพราะมันจะทำให้คุณเหนื่อยล้าและไม่สดชื่นในระยะยาวนั่นเอง

 

2.หยุด! กินอาหารแย่ๆ

ร่างกายที่รับแต่สารอาหารไม่ดี จากการที่เรามีพฤติกรรมการกินที่ไม่เป็นระเบียบและเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายของเราทำงานหนักกว่าเดิมในทุกกิจกรรม หนึ่งในสาเหตุที่เราเป็นแบบนั้นก็เกิดมาจากการกินอาหารแย่ๆ หรือกินอาหารที่มีแป้ง น้ำตาล คอเลสเตอรอลสูงนั่นเอง เพราะฉะนั้นเราควรลดการบริโภคอาหารประเภทนี้ให้น้อยลง เพราะมันจะทำให้ร่างกายเผาพลาญหมดเร็ว รู้สึกไม่อิ่ม โหยหิวอยู่ตลอดเวลา และมักปราศจากธาตุเหล็กและวิตามิน B ที่ช่วยให้ร่างกายรับมือกับความเหนื่อยล้าได้ดีขึ้น

 

Advertisements

3.หยุด! ติดการใช้ชีวิตข้ามคืน

ตลอดทั้งสัปดาห์ก็ทำงานมาอย่างหนักหน่วง จะไปปาร์ตี้ในคืนวันศุกร์บ้างก็ไม่เป็นไร แต่คนส่วนมากก็จะยาวๆ จนถึงเช้า แล้วค่อยไปนอนต่อในถึงเที่ยงๆ บ่ายๆ จึงทำให้เวลาวันเสาร์-อาทิตย์ปั่นป่วนตามไปด้วย นอนก็ไม่เป็นเวลา กินก็ไม่เป็นระบบ ทำให้การเริ่มต้นในสัปดาห์ใหม่ก็ไม่สดชื่น สดใสตาม การใช้ชีวิตและนอนไม่เป็นเวลา จะทำให้เราง่วงซึมในเวลาที่ควรทำงาน อารมณ์ก็บูดบึ้ง และนำไปสู่ปัญหาสุขภาพตามมาด้วย

 

4.หยุด! ขังตัวเองอยู่ในบ้าน

สมัยนี้คนรุ่นใหม่มีอาชีพเป็นฟรีแลนซ์กันเยอะ อยู่บ้านก็ทำงานได้แล้ว ไม่ต้องฝ่าการจราจรที่ติดขัด แต่การที่เราขังตัวเองเหมือนอยู่ในถ้ำ ปั่นงานอยู่ในห้อง ไร้แสงแดง ไร้อากาศถ่ายเท แม้ว่ามันจะทำให้มีสมาธิ แต่ถ้าหากมากเกินไป อาจจะทำให้รู้สึกแย่จากสภาพกดดันทางจิตใจจากการอยู่โดดเดี่ยวที่เรียกว่า Cabin Fever เพราะฉะนั้นเราควรออกไปสูดอากาศจากภายนอกอย่างเช่นหน้าต่างในห้องคุณ เพื่อรับแสงแดด และอากาศสดชื่นบ้างทุกๆ 4-5 ชั่วโมง จะเดินเล่น ทำสวน ทำงานอดิเรก หรือทำอะไรก็ได้นอกชายคาบ้านบ้าง ก็จะช่วยทำให้เรากระปรี้กระเปร้าขึ้นได้ดีสุดๆ

 

5.หยุด! คิดมาก วิตกกังวลเกินไป

การนอนน้อย เหนื่อยง่าย มักจะเชื่อมโยงกับความคิดวิตกกังวล และยังมีงานวิจัยพบว่าการที่จมอยู่กับความเหนื่อยล้าเป็นประจำเป็นหนึ่งในสาเหตุที่นำไปสู่โรคซึงเศร้าเรื้อรังได้อีกด้วย เหนื่อยง่ายจึงซึมเศร้าและในทางกลับกัน ซึมเศร้าก็ทำให้เหนื่อยง่ายนั่นเอง การที่เรามีความเครียดและความวิตกกังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นนั่น เป็นเรื่องธรรมชาติ ทำให้เราได้เตรียมตัวและเตรียมใจเมื่อเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝัน แต่ถ้าเราอยู่ภายใต้ความรู้สึกเหล่านี้มากๆ เข้าก็จะมีอิทธิพลต่อร่างกายและจิตใจของเรา ทำให้ท้อแท้ เหนื่อยกายและเหนื่อยใจได้ง่าย ฉะนั้นเราควรเช็กสุขภาพใจของเราอยู่บ่อยๆ ว่าเรายังเป็นเรา และพร้อมที่จะมีชีวิตอย่างความสุขได้ตลอดไป

Advertisements

Advertisements

Advertisements