11 เมืองใหญ่ ระบบรถไฟฟ้า “ดีที่สุด” ในโลก

ระบบขนส่งมวลชนของคนกทม. อย่างรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟใต้ดินเอ็มอาร์ที หรือรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มีเหตุขัดข้องมาทดสอบความอดทนของคนกทม. กันเป็นระยะๆ  ทำเอาแต่ละสถานี คับคั่งไปด้วยผู้โดยสารที่ตกค้างจนล้นออกไปนอกสถานี เอาน่ะ อย่าเพิ่งท้อแท้หัวใจไปก่อน เหตุสุดวิสัยไม่มีใครอยากให้เกิดแบบนี้หรอก  ก็ได้แต่หวังว่าโครงการรถไฟฟ้าสารพัดสีที่กำลังก่อสร้าง เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้ว คนไทยจะได้ใช้ระบบขนส่งมวลชนระบบรางดีๆ เหมือน 11 เมืองที่ขึ้นชื่อว่าระบบรถไฟฟ้าที่ดีที่สุดในโลก

 

1.นิวยอร์ค มหานครแห่งสถานีรถไฟ

เริ่มกันที่เมืองหลวงสุดศิวิไล ไม่เคยหลับไหลอย่างนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา ต้องยกให้ที่นี่ครองตำแหน่งระบบรถไฟฟ้าที่มีสถานีมากที่สุดในโลก  468 สถานี วิ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงบน 24 เส้นทาง วัดระยะทางได้ถึง 660 ไมล์ ในชั่วโมงเร่งด่วนจะปล่อยขบวนทุกๆ 2-5 นาที ขนส่งผู้โดยสารเฉลี่ยต่อปี 1.75 พันล้านคน และความเก๋ไก๋ไฮโซทั้งหมดนี้รวมอยู่ในค่าโดยสาร $2.75 หรือราว 98.25บาทต่อหนึ่งเที่ยวนั่นเอง

นิวยอร์ค มหานครแห่งสถานีรถไฟ

ที่มา popularmechanics.com

 

2.ปารีส มหานครที่มีสถานีรถไฟ 300 สถานี

อันดับต่อมาต้องยกให้ มหานครแห่งแฟชั่น ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่มีสถานีรถไฟรวมทั้งหมด 300 แห่งกับ 16 เส้นทาง ความยาวรวม 133 ไมล์ เฉพาะในปี 2013-2014 ขนส่งผู้โดยสารไปทั้งสิ้น 1.5 พันล้านคน อัตราค่าบริการอยู่ที่ €1.8 หรือ $2.00 ต่อเที่ยว หรือประมาณ 71.45บาท

ปารีส มหานครที่มีสถานีรถไฟ 300 สถานี

ที่มา  lptraveller.meithailand.com

 

3.ลอนดอน-ปล่อยรถตามใจแต่ปล่อยถี่มาก

เมืองผู้ดีอย่างอังกฤษ เมืองที่นิยมการโดยสารถไฟที่บริการล้ำหน้ารวดเร็วทันใจไม่แพ้มหานครใหญ่ๆ ของโลก ปล่อยขบวนถี่ยิบ แม้จะไม่มีตารางเวลาที่แน่นอน กับจำนวนสถานี 270 สถานีบน 11 เส้นทาง กับระยะทาง 250 ไมล์ ปีๆ หนึ่งขนส่งผู้คนเฉลี่ยแล้ว 1.27 พันล้านคนต่อปี แต่ค่าโดยสารรถไฟของที่นี่แพงเอาเรื่องอยู่ $7.50 หรือ 267.94บาทต่อเที่ยว

03 london

 

4.ปักกิ่ง เมืองที่ค่าตั๋วรถไฟแสนถูก

ข้ามฝั่งมาที่ ปักกิ่ง มหานครแดนมังกร ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก  ระบบรางของอาตี๋แดนมังกร บอกเลยว่า คุณภาพดี ราคาโดนใจ เพราะค่าโดยสารแค่ แค่ $0.30 หรือ 10.72 บาทเท่านั้น!   แต่มีสถานีที่ให้บริการมากถึง 232 สถานี 17 เส้นทาง  ระยะทาง 289 ไมล์ ปีๆ หนึ่งมีผู้โดยสารใช้บริการเฉลี่ย 3.4 พันล้านคนต่อปี

ปักกิ่ง เมืองที่ค่าตั๋วรถไฟแสนถูก

 

5.โตเกียว เมืองแห่งเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูง

อีกหนึ่งเมืองที่จะลืมพูดถึงไม่ได้เด็ดขาด ถ้าจะแข่งกันเรื่องเทคโนโลยีกันเเล้วล่ะก็  ถึงแม้ญี่ปุ่นจะไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่ก็มีสถานีมากถึง 290 สถานี 13 เส้นทาง รวมทั้งสิ้น 193 ไมล์ สำหรับชาวญี่ปุ่นแล้วการเดินทางโดยรถไฟนั้นถือเป็นการโดยสารหลักของประชากรที่นี่เลยทีเดียว สามารถขนส่งผู้โดยสารได้เฉลี่ย 3.2 พันล้านคนต่อปี มีค่าโดยสารอยู่ที่ $1.37 หรือ 48.94 ต่อรอบในระยะทางเริ่มต้น

โตเกียว เมืองแห่งเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูง

 

6.มอสโคว์ ทางรถไฟสายเก่าแก่

นั่งรถไฟขึ้นไปเที่ยว มอสโคว์ รัสเซียกันต่อ  ที่นี่ระบบรถไฟของเขาดีติดอันดับไม่น้อยหน้าใคร เพราะเป็นเส้นทางรถไฟใต้ดินขนาดใหญ่ ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2478  ปัจจุบันมีสถานีให้บริการทั้งหมด  194 สถานี 12 เส้นทาง บนเส้นทางทั้งสิ้น 202 ไมล์ ปีหนึ่งมีผู้คนใช้บริการถไฟใต้ดินเฉลี่ยแล้ว 2.94พันล้านคนต่อปี ส่วนค่าตั๋ว$0.70 หรือ 25.01บาท ราคาน่าคบหามากถ้าเทียบกับจำนวนสถานี

Advertisements

มอสโคว์ ทางรถไฟสายเก่าแก่

 

7. เซา เปาโล บราซิล ระบบรางใหญ่ อันดับ 2 แห่งอเมริกาใต้

จากหนาวๆ แดนหมีขาวรัสเซีย เปลี่ยนมาร้อนๆ กันที่ เซา เปาโล ของบราซิลกันบ้าง รถไฟฟ้าของที่นี่จะเรียกกันว่า “เมโตร (Metro)” เป็นเส้นเลือดใหญ่ในการสัญจรของเมืองก็ว่าได้ เพราะเป็นระบบขนส่งมวลชลระบบรางที่ใหญ่ที่สุดในปราซิล และใหญ่เป็นอันดับสองของทวีปอเมริกาใต้อีกด้วย  โดยมีทั้งสิ้น 61 สถานี 5 เส้นทาง รวมระยะทาง 43 ไมล์ ค่าตั๋วโดยสารต่อเที่ยวจ่ายอยู่ที่ $1.57 หรือ 56.09 บาทไทย

เซา เปาโล บราซิล ระบบรางใหญ่ อันดับ 2 แห่งอเมริกาใต้

 

8.เบอร์ลิน เมืองที่เชื่อถือในความปลอดภัยการโดยสารรถไฟได้

ใน Berlin ประเทศเยอรมนี ระบบการเดินทางภายในประเทศ จะเน้นการลดระยะเวลาในการเดินทาง อีกทั้งยังเชื่อถือในความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี โดยในวันสุดสัปดาห์จะเปิดให้บริการ 24 ชม. ใน 143 สถานี 10 เส้นทาง รวมระยะทั้งหมด 91 ไมล์ และรับส่งผู้โดยสารมาแล้วทั้งสิ้นเฉลี่ย 507.3 ล้านคนต่อปี ราคาอยู่ที่ $3.00 หรือ 107.18 บาทต่อหนึ่งเที่ยว

เบอร์ลิน เมืองที่เชื่อถือในความปลอดภัยการโดยสารรถไฟได้

 

9.โซล เมืองที่มีจำนวนสถานีมากเป็นอันดับสามของโลก

นอกจากซีรี่ย์จะชื่อดังแล้ว กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ยังมีรถไฟใต้ดินที่ดีเลิศ เป็นระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ที่มีจำนวนสถานีมากเป็นอันดับสาม รองจากรถไฟใต้ดินที่ปารีส ด้วยจำนวน 291 สถานี 9 เส้นทาง ด้วยระยะ 203 ไมล์ และได้รับฉายาว่า “super highway” จากการโหวตของ Jalopnik เนื่องจากมีความสะอาด และง่ายต่อการโดยสาร แถมยังเป็นระบบแรกที่มีการใช้บัตร contactless smart ที่เรียกว่า Upass ทั้งหมดนี้สนนราคาอยู่ที่ $0.98 หรือ 35.01บาทเท่านั้น!!

โซล เมืองที่มีจำนวนสถานีมากเป็นอันดับสามของโลก

 

10.ดูไบ เมืองแห่งเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดินอัจฉริยะ

ถ้าอยากสัมผัสประสบการณ์รถไฟใต้ดิน ที่ได้ลงบันทึกในกินเนสบุ๊ค ต้องที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เลยค่ะ เพราะเป็นรถไฟฟ้าใต้ดินระบบอัตโนมัติที่มีระยะทางมากที่สุด ยาวถึง 75กิโลเมตร (47ไมล์) 47 สถานี 2 เส้นทาง ออกเดินทางทุกๆ 4-7 นาที รับส่งผู้โดยสารไปทั้งสิ้นเฉลี่ย 137.8 ล้านคนต่อปี โดยราคาค่าโดยสารอยู่ที่ $0.68 หรือ 24.29บาทต่อ 1 เที่ยวใน 1 โซน

ดูไบ เมืองแห่งเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดินอัจฉริยะ

 

11.ซูริค เมืองที่ขึ้นชื่อว่ารถไฟสะอาดสะอ้าน

ปิดท้ายที่ ซูริค ประเทศ Switzerland ที่ขึ้นชื่อสุดๆ เรื่องความสะอาด สะดวกสบาย มีความปลอดภัยสูง และเป็นที่นิยม โดยมีประชากรโดยสารประมาณ 200 ล้านคนต่อปี กับ 15 เส้นทาง ระยะทางรวม 51 ไมล์ ในราคาโดยสาร $2.66 หรือประมาณ 95.03 บาทไทย

ซูริค เมืองที่ขึ้นชื่อว่ารถไฟสะอาดสะอ้าน

 

แถม….กรุงเทพ  แลนด์ ออฟ สไมล์ รถไฟฟ้าไปไหนก็สบายๆ ชิลที่สุดในโลก

BTS thailand

ไม่พูดถึงนี่มีโกรธไม่มองหน้ากันแน่นอน….รถไฟฟ้าบีทีเอส ระบบขนส่งมวลชนแบบรางซึ่งถือเป็นรถไฟฟ้าสายแรกของประเทศไทยก็ว่าได้ เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 ปัจจุบัน ให้บริการทั้งหมด 2 สาย คือ สายสุขุมวิท จากหมอชิต ถึง แบริ่ง มีทั้งหมด21 สถานี และสายสีลม จากสนามกีฬาแห่งชาติ ถึงบางหว้า มีทั้งหมด12 สถานี โดยทั้ง 2 สาย จะมีสถานีสยาม เป็นสถานีกลางในการเปลี่ยนขบวน  นับว่าช่วยแก้ปัญหารถติดไปได้พอสมควรเลยทีเดียวค่ะ เพราะรถหนึ่งขบวนสามารถขนส่งผู้โดยสารได้มากกว่า 1,000 คน เท่ากับการโดยสารรถยนต์ ถึง 800 คัน เฉลี่ยต่อวันประมาณ 650,000 คน และในอนาคตอันใกล้นี้ ก็กำลังมีโครงการส่วนต่อขยายเพิ่มขึ้นอีกนะคะ ยังไงก็ขอภาวนาให้เสร็จเร็วๆ ชาวเมืองอย่างเราจะได้สะดวกสบาย เก๋กู๊ดโหนรถไฟฟ้าสวยๆ ไปทำงานได้ทั่วถึงยิ่งขึ้นค่ะ

ที่มา businessinsider.com

Advertisements

Advertisements

Advertisements